อาการติดขวดนม สร้างปัญหาตามมาอีกมาก

อาการติดขวดนม ของเด็กเล็กในปัจจุบันถือเป็นปัญหาใหญ่ในระยะยาว เพราะอาการนี้เป็นอีกสาเหตุที่ช่วยเพิ่มจำนวนเด็กซึ่งป่วยเป็นโรคอ้วน แม้ขวดนมจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการดูแลลูกน้อย แต่ต้องวางระยะเวลาที่จะใช้ขวดนมอย่างชัดเจน และฝืนขัดใจลูกที่ติดขวดนมให้ได้ เพื่อลดปัญหาที่จะตามมาอีกมาก

แพทย์หญิงกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเด็ก งานโภชนคลินิก กลุ่มงานกุมารเวชกรรม สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ให้ข้อมูลที่น่าสนใจไว้ว่า “น้ำนมแม่เป็นอาหารหลักของทารกช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งปริมาณน้ำนมของคุณแม่ที่ผลิตจะเพียงพอในช่วงนี้ หลังจากนี้ลูกน้อยต้องได้รับอาหารตามวัย ซึ่งปริมาณน้ำนมที่ลูกดื่มจะลดลงไปเรื่อย ๆ ตามหลักโภชนาการที่แพทย์แนะนำ”

ช่วง 6 เดือนหลังที่เป็นการปรับอาหารตามโภชนาการของทารก “ขวดนม” คืออุปกรณ์จำเป็นสำหรับการให้นมแก่ลูกน้อย คุณแม่ควรให้ลูกน้อยห่างจากขวดนมตั้งแต่ครบขวบปีแรก และฝึกให้น้องได้ดื่มนมจากแก้วหรือนมกล่องแทน เพื่อไม่ให้เกิดอาการติดขวดนม ที่ส่งผลต่อพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ของลูกน้อย คือ น้องไม่ยอมรับอาหารอื่นนอกจากนม หรือภาวะโภชนาการเกินซึ่งสัมพันธ์กับโรคอ้วนในเด็ก เพราะอาหารอ่อนอื่น ๆ ที่คุณจัดเตรียมไว้ ลูกน้อยยังดื่มนมในปริมาณเท่ากับปกติ หรือภาวะโภชนาการขาด ฟันผุ ต่อมทอนซิลอักเสบ ขาดพัฒนาการด้านการบดเคี้ยวอาหาร และก่อให้เกิดพฤติกรรมดูดนิ้วในเด็กที่เลิกดื่มนมจากขวดช้าด้วย

จากการศึกษาพฤติกรรมการดูดขวดนมของเด็ก ที่มารับบริการที่สถาบัน ในปี พ.ศ.2546-2550 พบว่าเด็กไทยดูดขวดนมนานกว่าประเทศอื่น เช่น เด็กอเมริกันเลิกดูดขวดที่อายุเฉลี่ย 18.8 เดือน เป็นต้น เด็กไทยเลิกดูดขวดนมเฉลี่ย 30-37 เดือน

สาเหตุที่คุณทำให้ลูกเกิดการติดขวดนมคือ ตัดปัญหาอาการงอแงของลูกน้อย และความสะดวกในการป้อนนม ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมาก ๆ ทั้งนี้ ควรเริ่มให้อาหารตามวัยมื้อแรกตอนอายุ 6 เดือน และฝึกการใช้แก้วในการดื่มต่าง ๆ และควรทำความสะอาดช่องทางทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร และก่อนนอน ถ้าเด็กมีอาการติดขวดนม คุณแม่ต้องขัดใจลูกน้อยให้เลิกดื่มจากขวดนมภายใน 18 เดือน

นอกจากด้านพัฒนาการของลูกน้อยที่มีปัญหาจากการติดขวดนมแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อปัจจัยภายนอกอีก เช่น กลายเป็นเด็กนอนหลับยากถ้าไม่ได้ดูดขวดนมก่อนนอน หรือไม่ยอมดื่มนมบรรจุกล่องที่ทางโรงเรียนจัดไว้ให้ ฯลฯ คงเป็นปัญหาทางสังคมอีกทอดหนึ่งที่ผู้ปกครองต้องให้ความสนใจ และพยายามให้ลูกน้อยเลิกดื่มนมจากขวดนมได้ซะที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *